ทราย เจริญปุระ เล่าสาเหตุที่ทำให้ท้อจนถึงขั้นคิดสั้น



เรียกได้ว่าเป็นผู้หญิงที่ผ่านเรื่องราวอุปสรรคในชีวิตมาเยอะสำหรับ ทราย เจริญปุระ แต่ถึงแม้ว่าเธอจะเรื่องราวปัญหาที่หนักขนาดไหนเเต่เธอก็ใช้สติผ่านเรื่องราวเหล่านั้นมาได้เสมอ ล่าสุดเธอได้เล่าประสบการณ์ของการคิดสั้นครั้งเเรกผ่านเฟสบุ๊กส่วนตัวว่า เอาแบบสุดๆเลยคือตอนอุบัติเหตุที่ต้องผ่าคอและหมอบอกว่ามีสิทธิ์เป็นอัมพาตนะ
แม่มาร้องไห้ใส่ทุกวัน ว่าทำไมทำแบบนี้ แล้วจะเอาเงินที่ไหนมาใช้ ถ้าพี่ทรายทำงานไม่ได้ แม่ไม่มีเงิน
น้องชายก็ดุแม่ว่าพูดงี้ได้ไง พี่ทรายทำงานมาทั้งชีวิต จะไม่มีเงินรักษาเหรอ
แม่ก็ยังงอแงว่าถ้าอัมพาตขึ้นมาจริงๆแม่ไม่ไหวนะ หมอก็บอกว่ารีบผ่าก็มีสิทธิ์หาย แต่ก็ต้องกายภาพต่อเนื่อง แม่ก็ยิ่งคร่ำครวญ น้องก็พยายามปลอบใจ หมอก็อธิบาย

เราในฐานะต้นเหตุและได้แต่นอนฟังเพราะขยับตัวไม่ได้ ก็รู้สึกว่าอ๋อ นี่ไง เวลาคนอยากตายคือเป็นแบบเราเนี่ย ถ้าอยู่จะเป็นภาระมากกว่าตาย เออ ถ้าเราตายมันจะง่ายเลย ค่าทำศพน่าจะถูกกว่าค่ารักษาแน่ๆ
อะไรๆที่สะสมมาก็มากันเป็นภาพแฟลชแบค มีแทรกเป็นช่วงๆด้วยภาพอุบัติเหตุ คอที่ปวดและรออะไหล่ที่หมอสั่งมาก็ปวดขึ้นเรื่อยๆ กดเรียกพยาบาลขอเติมยาแก้ปวดตลอด สลับกับคิดว่าจะแก้ปวดไปทำไมวะ เดี๋ยวก็ตายแล้วเนี่ย เดินสามก้าวก็ถึงหน้าต่างห้องผู้ป่วยแล้วเนี่ย อ่อ แต่ก็ต้องขอยาแหละ เพราะปวดจนเดินไม่ไหว ขาตายแน่นิ่ง ถ้าเดินไปไม่ได้ ค่อยๆกระดึ๊บๆไปก็ได้นะ ก็ไปได้จริงๆแหละ

แต่หน้าต่างโรงพยาบาลแคบมาก ออกไปได้ครือๆตัวก็ติดแขน ขยับอีกข้างก็ติดเสาน้ำเกลือ ม้วนหน้าม้วนหลังอยู่อย่างนั้นจนพยาบาลเข้ามาอีกรอบ อาจจะเป็นเรื่องดีที่สุดก็ได้ ที่พยาบาลไม่ได้กรี๊ดกร๊าดอะไร มาพาขึ้นนอนเตียงปกติ บอกว่าเดี๋ยวจะให้เตรียมผ่าตัด งดเยี่ยม นอนไปนะคะ หมอสั่งให้ดริปยานอนหลับเพิ่มในน้ำเกลือแล้ว แล้วชีวิตก็ผ่านมาเรื่อยๆ มีอยากตายนะ แต่มันไม่ชัดเท่าวันนั้นแล้ว

.



.

.

.



.

.

ขอบคุณข้อมูล Inthira Charoenpura